แบงคอกCrisis

ภายหลังนำทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พ่าย ชลบุรี เอฟซี 1-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ทีม “แข้งเทพ” จะมีแต้มตามหลัง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จ่าฝูง เพียง 5 คะแนน ทว่าเริ่มมีเสียงแฟนบอลแสดงความไม่ต้องการให้ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือรายนี้อยู่คุมทีมต่อไป และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง ทางเข้าSBOBET

อย่างไรก็ตามล่าสุด ขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ออกแถลงการณ์ผ่านแฟนเพจของสโมสร ชี้แจงต่อแฟนบอลว่าการเปลี่ยนตัวกุนซือช่วงเวลานี้ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างแน่นอน

สวัสดีแฟนบอลทุกคนครับ ผมขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ในการพูดคุยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับทีมของพวกเรา หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมรับรู้ได้ว่าแฟนบอลจํานวนมากอึดอัดและอาจจะไม่พอใจกับผลงานของทีม ทั้งจากข้อความที่แสดงความคิดเห็นกันหรือจากหลายๆ คนที่เดินเข้ามาให้คําแนะนํากับผมโดยตรง ผมเองก็ผิดหวังและเสียใจไม่ต่างจากพวกเราทุกคนครับ ผมเข้าใจดีว่าเมื่อเราคาดหวังกันไว้มากแต่เมื่อผลไม่ออกมาอย่างที่หวัง ก็ต้องผิดหวังมากเป็นเรื่องธรรมดา

แน่นอนครับ ในวันที่ทีมผลงานไม่ดี คนที่ต้องรับผิดชอบคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหัวหน้าผู้ฝึกสอน เพราะเขาเป็นคนเลือกนักเตะและวางแท็คติกการเล่นในแต่ละนัด ในฐานะประธานสโมสรผมไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมได้มีการหารือร่วมกับบอร์ดบริหารและโค้ชมาโน่ว่าทางออกไหนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสําหรับสโมสรของเรา เราทราบดีว่าหลายคนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้จบแค่โค้ชหนึ่งคนเดินจากไป เพราะสิ่งที่สําคัญกว่านั่นคือคนที่เดินเข้ามาจะทํางานต่ออย่างไร และเขาจะทํางานต่อได้หรือไม่ด้วยข้อจํากัดต่างๆ ที่มีอยู่

สําหรับสถานการณ์ในตอนนี้เราเดินผ่านครึ่งทางมาแล้ว และเราต้องลงแข่งขันติดต่อกันอีกหลายนัดภายในระยะเวลา ไม่กี่วัน เราจึงพิจารณาแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ผมจึงอยากเรียนให้ทุกท่านทราบว่า สโมสรจะยังคงให้การสนับสนุนโค้ชมาโน่คุมทีมต่อไปอย่างเต็มที่จนจบฤดูกาล และหากจบฤดูกาลนี้สโมสรไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดๆ มาได้ ทาง มาโน่ โพลกิ้ง ก็พร้อมจะแสดงความรับผิดชอบกับผลงานที่เกิดขึ้นโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ พนันออนไลน์

ผมเข้าใจครับว่าหลายคนอาจจะรู้สึกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจในครั้งนี้ แต่ผมอยากให้ทุกคนเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงจะไม่ช่วยให้ทีมมีผลงานดีขึ้นได้เท่ากับการที่แฟนบอลทุกคนกลับมาสนับสนุนสโมสรอย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิม ผมเองรู้สึกใจหายทุกครั้งที่เดินไปขอบคุณแฟนบอลแล้วไม่เห็นหน้าคนที่คุ้นเคยในระยะหลังๆ และผมรู้สึกเสียใจทุกครั้งเมื่อเห็นโค้ชหรือนักเตะโดนแฟนบอลทีมตัวเองตําหนิ นับตั้งแต่ที่ผมก้าวเข้ารับตําแหน่งประธานสโมสรแห่งนี้ ผมสามารถพูดได้อยากเต็มปากเลยว่าเสน่ห์ของแฟนบอลทีมเราไม่เหมือนทีม

ไหนในไทยลีก เราอยู่กันเหมือนครอบครัว เราเป็นเหมือนพี่น้อง ทุกคนมาดูบอลอย่างมีความสุข หลังจบเกมไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร เรายังยิ้มให้กันได้ สิ่งใดที่ผิดพลาดก็แนะนําและให้กําลังใจกันไป

ทุกครั้งที่ผมหันไปมองที่นั่งกองเชียร์ของเรา ผมมักจะมีรอยยิ้มเสมอเมื่อเห็นคําว่า “ชนะก็เชียร์ เสมอก็เชียร์ แพ้ยิ่งต้องเชียร์” เพราะมันเป็นอย่างที่เขียนจริงๆ บางนัดที่แพ้ยังมีแฟนบอลมารอส่งนักเตะมากกว่าวันที่ชนะด้วยซํ้า ผมอยากเห็นโค้ชและนักเตะทุกคนเงยหน้ามองแฟนบอลด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง อยากเห็นพวกเขาเดินลงสนามด้วยความสง่าผ่าเผย เพราะรู้ว่ามีกําลังใจที่สําคัญหนุนหลังพวกเขาอยู่ สุดท้ายไม่ว่าเราจะจบฤดูกาลกันแบบไหน แต่เราทุกคนก็ได้ทําหน้าที่ของตัวเองกันอย่างสุดความสามารถแล้ว มาสู้ไปด้วยกันครับ ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อสโมสรของพวกเรา เรามาช่วยกันทําให้บรรยากาศแบบนั้นกลับมาอีกครั้งนะครับ

สถานการณ์ภายในบ้านของ ทรู แบงค็อกฯ อึมครึม จนเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ควรหยิบมาพูดถึง หลังจากทีมไม่ชนะใครมา 5 เกมติดต่อกันในทุกรายการ จนแฟนบอลเริ่มตั้งคำถามถึงกุนซืออย่าง มาโน โพลกิง ว่า สรุปแล้วเขาคือคนที่ใช่สำหรับ “แข้งเทพ” หรือไม่ แทงบอลออนไลน์

มาโน เข้ามาคุม แบงค็อกฯ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฏาคม 2014 ถึงวันนี้เกินกว่า 5 ปีแล้ว ที่เฮดโค้ชวัย 43 ยืนสั่งการข้างสนามให้เหล่าแข้งเทพ พร้อมเป็นกุนซือที่รักษาเก้าอี้โค้ชได้นานสุดในไทยลีกในปัจจุบัน เราไม่เคลือบแคลงใจในฝีมือ-มันสมอง มาโน เขาสถาปนา “แข้งเทพ” กลายเป็นเครื่องจักรสังหารประตูอยู่ร่ำไป ดุดัน เร้าใจ จนกลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่มี “เกมรุก” ดีสุดในลีก

แต่ปัญหาของ มาโน คือ ไม่เคยพาทีมเด็ดโทรฟีมาเชยชมได้เสียที แบงค็อกฯ คือ 1 ในสโมสรที่ถีบตัวเองขึ้นมาเป็น “บิ๊กทีม” ในช่วง 3-4 หลัง ทว่าบ่อยครั้งฉากจบพวกเขาทำได้แต่การเป็นเพียง “พระรอง” 2 รองแชมป์ไทยลีก กับ 1 รองแชมป์ เอฟเอ คัพ

ขณะรายการระดับเอเชียอย่าง เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ที่สโมสรตั้งเป้าทะลุไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ ก็ตายตั้งแต่รอบคัดเลือกทั้งสองครั้ง ที่มีโอกาสเข้ามาเล่น ด้วยน้ำมือตัวแทนสโมสรจากอาเซียน ยิ่งช่วงหลังบอร์ดบริหารพยายามทำทุกทางให้ถึงฝั่งฝัน ด้วยการทุ่มเม็ดเงินคว้าซุปตาร์ หรือนักเตะดับทีมชาติเข้าสู่สโมสร เพื่อยกระดับทีมให้แกร่งขึ้น

นั่นหมายความว่า 5 ปีของ มาโน ควรมีมากกว่าการนั่งร้องเพลง “ที่ 1 ไม่ไหว” ความอดทนของคนจ่ายเงินมีขีดจำกัด เมล็ดพันธุ์ธนบัตรที่หว่านลงไป ควรผลิดอกออกผลเป็นรูปธรรมได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสร จะออกมารับลูกจากกระแสแฟนบอล เรื่องการเปลี่ยนแปลงในรั้ว “แข้งเทพ” หลังจากเป็น “บอสใหญ่ผู้ใจดี” มาตลอดไม่ว่าจะเป็นในวันที่บอลแพ้ หรือ ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ

แต่วันนี้ต้องสลัดคราบเหล่านั้นทิ้ง ชอบแนวคิด คุณขจร ตรงที่เขาผิดหวัง แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้จบแค่โค้ชหนึ่งคนเดินจากไป สิ่งที่สําคัญกว่าคือ เมื่อเปลี่ยนแปลง คนที่เดินเข้ามาใหม่จะทํางานต่อได้หรือไม่ ด้วยข้อจํากัดที่มีอยู่

ท่านประธานเลือกให้โอกาส มาโน ไปต่อบนถนนลูกหนังจนถึงสิ้นฤดูกาลนี้ แต่มี “เดิมพัน” สำคัญคือต้องคว้าแชมป์ให้ได้เท่านั้น หลายคนมองการกระทำของคุณขจร อาจเป็นการโยนความกดดัน ให้ มาโน โพลกิง แต่นี่เป็นวิธีที่ “ชัดเจน” ตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทรัพยากรลูกหนังของ แข้งเทพ ดีเด่ไม่แพ้ใครในไทยลีก แต่หากยังพลาด ก็คงไม่มีข้อแก้ตัวใดๆอีก

ปัจจุบันขณะ ทรู แบงค็อกฯ ยังอยู่บนเส้นทางลุ้น 2 แชมป์ โดยฟุตบอลลีกรั้งอันดับที่ 4 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูง 6 คะแนน (เหลือโปรแกรม 8 นัด) ขณะที่ฟุตบอลถ้วย เอฟเอ คัพ เตรียมบุกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

สิ่งเหล่านี้คือ “บัตรผ่าน” ในการทำงานของต่อ มาโน โพลกิง หาก “ทำได้” ก็ไปต่อ แต่หาก “ทำไม่ได้” ก็ทางใครทางมัน บางครั้ง “ภาษาฟุตบอล” ก็มีแค่นี้

ทางเข้าSBOBET
แบงคอกCrisisทางเข้าSBOBET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *