หงส์จะหนีแต่สุดท้าย…สะดุด

หลังชนะคริสตัล พาเลซ แบบสะบักสะบอม 4-3 เมื่อ 10 วันก่อน ด้วยความที่ตกรอบเอฟเอคัพไปแล้ว สโมสรได้ส่งนักเตะไปหนีหนาว ที่ดูไบ เป็นระยะเวลา 4 วัน ซึ่งแน่นอน อากาศที่ดูไบในเวลานี้ ย่อมต้องดีกว่าที่อังกฤษ (ดูไบ 22 องศา , ลิเวอร์พูล 2 องศา) ส่งผลให้ก่อนลงสนามเกมเจอเลสเตอร์ ทุกคนฟิตเต็มถัง มีความสดชื่นเต็มเปี่ยม ทางเข้าSBOBET

เกมนี้เลสเตอร์ เล่นอย่างอดทนมาก พวกเขาโดนนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 แต่ก็ไม่ได้โหมบุกเพื่อเอาคืน นักเตะ 11 คน ลงไปถอยรับในแดนตัวเอง ซึ่งพอโดนแพ็กแบบนี้ ปกติหงส์ จะใช้การเลี้ยงลุยของมาเน่ หรือซาลาห์ เพื่อฉีกแนวรับ แต่ในเมื่อสนามลื่นมาก มันก็เลี้ยงไม่ได้อีก พวกเขาเลยต้องใช้วิธีเคาะไปเคาะมา เพื่อหาช่อง

นั่นทำให้ในครึ่งแรก โอกาสจบสกอร์ของลิเวอร์พูลมีน้อยมาก เพราะเลสเตอร์ไม่ยอมเพรสซิ่งแย่งบอล ส่วนลิเวอร์พูลก็ได้แต่ชิ่งไปชิ่งมา โอกาสครองบอลของลิเวอร์พูลในครึ่งแรกคือ 73% และมีจำนวนการผ่านบอล มากกว่าเลสเตอร์ เกิน 2 เท่า แต่นั้นเป็นสิ่งที่เลสเตอร์ตั้งใจแต่แรกอยู่แล้ว ตัวเลขครองบอลที่สูงกว่าจึงไม่ได้แปลว่า ลิเวอร์พูลจะเล่นดีกว่า

ก่อนเกมกับเลสเตอร์ ลิเวอร์พูลเสียประตู 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก (นาทีที่ 41-45) กี่ลูกรู้ไหมครับ คำตอบคือ 0 ลูก ลิเวอร์พูลไม่เคยเสียประตูในช่วงนี้เลย นั่นเพราะเป็นจุดที่คล็อปป์ระวังเสมอ การมาโดนยิงช่วงท้ายครึ่งแรก มันมีผลมาก ต่อความมั่นใจในครึ่งหลัง ดังนั้นปกติ ลิเวอร์พูลจะ “ปิดเกม” ในช่วงก่อนจบครึ่งแรก แต่ ประตูที่โดนเลสเตอร์ตีเสมอ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ไม่ยอมปิดเกม เกอิต้า จ่ายบอลยัดยากๆมาให้ โรเบิร์ตสัน จนจับบอลไม่ดี แล้วโดนตัดบอล นำมาสู่ฟรีคิก และนำมาสู่การเสียประตูในที่สุด

เกมนี้ เป็นอีกครั้งที่นาบี เกอิต้าเล่นไม่ดี เรื่องการเลี้ยงบอลไม่ได้เพราะสนามลื่นนั้นเข้าใจ แต่การตัดสินใจหลายๆอย่างของเขาผิดพลาดไปหมด จ่ายบอลติด เลี้ยงไม่ผ่าน จังหวะชิ่ง 1-2 หลุดไป ก็ไม่ได้ยิง (เพราะโดนผลัก) ไม่แปลกใจที่เขาโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

ถามว่าลูกผลักให้จุดโทษได้ไหม ดูจากภาพช้าก็ให้ได้ เพราะเป็นการผลักอย่างชัดเจน คือ จังหวะที่เกอิต้าโดนผลักโดยริคาร์โด้ เปเรยร่า มันเหมือนช็อตที่โม ซาลาห์ โดนผลักด้วยคนเดียวกัน นาทีที่ 81 ของเกม ช็อตนั้นกรรมการให้ฟรีคิก แสดงว่าในมุมของกรรมการมองว่าเป็นการฟาวล์ แต่ในจังหวะคล้ายกัน ช็อตของเกอิต้า กลับไม่ให้อะไรเลย ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่แปลกดี พนันออนไลน์

เกมนี้ ตำแหน่งที่น่าเซอร์ไพรส์ที่สุด คือแบ็กขวา ที่เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกเอาจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงเล่นตัวจริง ทั้งๆที่มีแบ็กขวาดาวรุ่ง อย่างราฟาเอล คามาโช่อยู่ โดยคล็อปป์ให้เหตุผลว่า ฝั่งซ้ายของเลสเตอร์อันตราย เพราะมีเบน ชิลเวลล์ ดังนั้น ไม่อยากกดดันคามาโช่มากเกินไปเลยเลือกเฮนโด้แทน

เข้าใจเหตุผลของคล็อปป์ได้ แต่ปัญหาคือเฮนเดอร์สัน ไม่เวิร์กกับการเล่นแบ็กขวา จริงอยู่สมัยเล่นกับซันเดอร์แลนด์ และตอนเล่นกับหงส์ช่วงแรกๆ มันมีบางเกมที่เขาเล่นปีกขวา แต่กับแบ็กขวาน่ะหรอ นี่เป็นครั้งแรกเลย เราดูยังไงก็เห็นว่า เฮนเดอร์สัน ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ เขาไม่กล้าลุย ไม่กล้าทะลวง ได้บอลมาแปะคืน เพลย์เซฟตลอด ซึ่งมันกลายเป็นว่าหงส์ขาดความอันตรายในเกมริมเส้นฝั่งขวาไปแบบฟรีๆ คือถ้าจะเอาสักคนเล่นแบ็กขวา เลือกฟาบินโญ่ดีกว่าไหม อย่างน้อยก็เคยเล่นกับทีมชาติบราซิลนะ แทงบอลออนไลน์

สำหรับเฮนโด้ อีกช็อตที่เข้าตาคือ การสื่อสารกับอลิสซอนไม่เข้าใจ แล้วเกือบโดนเจมส์ แมดดิสันฉกบอล ในช่วงต้นครึ่งแรก คือเฮนเดอร์สันเป็นผู้เล่นที่ดี แต่ตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ตำแหน่งของเขานะ ด้วยสภาพอากาศ และสภาพสนาม ทุกอย่าง “เป็นใจ” ให้ฝั่งเลสเตอร์ คือปกติเลสเตอร์ เป็นทีมที่มีเกมเคาน์เตอร์เฉียบขาดที่สุดในลีก ทีมหนึ่งอยู่แล้ว พวกเขาจะแพ็กเกมรับอย่างอดทน แล้ววางบอลยาวให้วาร์ดี้ควบไปเล่น ซึ่งสนามที่ลื่นๆแบบนี้ มันเข้าทางเลสเตอร์พอดี ตัดบอลแทงยาว ตัดบอลแทงยาว

ตรงข้ามกับลิเวอร์พูล จุดเด่นของทีมอย่างการเลี้ยงบอลของซาล่าห์ กับ มาเน่ หายไปเลย เพราะมันลื่นจนเลี้ยงยาก กลายเป็นว่าเลสเตอร์ ก็ไม่ต้องเสียตัวผู้เล่นมาประกบติดแบบ 1 ต่อ 1 เพราะสภาพสนามช่วยจัดการให้หมดแล้ว

เกมนี้ ตัวสำรองของคล็อปป์ ไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆเลย ฟาบินโญ่ แทน เกอิต้า ทำให้เกมรับแน่นขึ้นเล็กน้อย , ลัลลาน่า แทน ชาคิรี่ ลงมาก็ทำเสียบอลไป 2 หน ส่วน แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงสนามมา โดนจับแฮนด์บอลจังหวะหลุดไป 1 ที และยิงไกลแบบไม่มีเหลี่ยมจะเข้าอีก 1 ครั้ง เมื่อตัวจริงเล่นไม่ออก และตัวสำรองเปลี่ยนเกมไม่ได้ เกมก็จบทันที

นัดนี้ทำให้เห็นสัจธรรมว่า ในเกมฟุตบอลมันมี 90 นาที คุณนำเร็วไม่ได้แปลว่าจะชนะง่ายๆ ดูอย่างแมนฯซิตี้ ในเกมเจอนิวคาสเซิล นำเร็วตั้งแต่ 24 วินาทีแรก สุดท้ายกลับมาแพ้ ดังนั้นการนำเร็ว แต่กดคู่แข่งไม่ลง มีสิทธิโดนคัมแบ็กกลับมาได้เสมอ

ตอนนี้ช่องว่าง ของหงส์ กับ เรือใบ ห่างกันอยู่ที่ 5 แต้ม แปลว่า ลิเวอร์พูลยังพลาดได้อีก 2 นัด ในอีก 14 เกมที่เหลือ ถือว่าเป็นช่องว่างที่ยังเยอะอยู่ ถ้าเป็นแฟนหงส์แดง ก็ยังไม่ต้องกังวลถึงขนาดนั้น

ที่สำคัญความยากในอีก 2 แมตช์ต่อไป ว่ากันตรงๆคือ แมนฯซิตี้ “ยากกว่า” พวกเขาจะเปิดบ้านเจออาร์เซน่อล ที่ฟอร์มกำลังดี และต้องไปเยือนเอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสันพาร์ก ส่วนลิเวอร์พูลจะไปเยือนเวสต์แฮม และเล่นในบ้านเจอกับบอร์นมัธ ซึ่งก็ไม่ใช่งานง่ายนัก แต่ก็ยังเบากว่าของซิตี้

บทสรุปในเกมกับเลสเตอร์ ลิเวอร์พูลเจอสภาพสนามที่ไม่คุ้นชิน บวกกับเลสเตอร์วางแผนมาได้แน่นอน และรัดกุมมากๆ ทำให้เกมออกมาที่สกอร์ 1-1 นัดนี้ทั้งสองฝ่ายคู่ควรกับการได้ 1 แต้ม ลิเวอร์พูล ก็ไม่ควรชนะ ถ้าทั้งเกมคุณยิงตรงกรอบแค่ 3 หน เช่นเดียวกับเลสเตอร์ ก็ไม่ควรแพ้ ในเกมที่เล่นได้แน่นอนและรัดกุมมากๆ

ดังนั้นผลจบที่การแบ่งแต้ม จึงถือว่าแฟร์ที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

 ทางเข้าSBOBET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *