ศึกแดงเดือดคัมแบ็ก

รูปข่าวยาว

พักเบรคฟีฟ่าเดย์ไปยาวนาน 2 สัปดาห์ด้วยกัน สัปดาห์นี้พรีเมียร์ลีกจะกลับมาเตะให้คอบอลได้หายคิดถึงหลังจากพักเบรคช่วงทีมชาติไป ซึ่งในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ คู่แรกที่จะลงฟาดแข้งในเวลา 18.30 น. ตามเวลาเมืองไทย เป็น “บิ๊กแมตช์แดงเดือด” คู่หยุดโลกระหว่างการพบกันของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเปิดรังแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของคู่ปรับเก่าแก่อย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นการพบกันเป็นนัดแรกของฤดูกาล 2017/2018
สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรง ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำประตูคู่แข่งในฤดูกาลนี้เฉลี่ยแล้ว 3 ประตูต่อ 1 เกม เก็บได้ 19 คะแนนจากการลงเล่น 7 นัด รั้งอันดับที่ 2 ของตารางคะแนน เนื่องจากลูกได้เสียเป็นรองทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 1 ลูก
หลังจากที่ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องจบอันดับที่ 6 บนตารางคะแนนเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา โชเซ่ มูรินโญ่ ก็สามารถทำทีมปีศาจแดงกลับขึ้นมาเป็นตัวเต็งในการต่อสู้แย่งชิงอันดับ 1 ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2013 ที่ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกภายใต้การนำทัพของกุนซือระดับตำนานอย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูล กลับมีผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะดูสดในแต่พวกเขากลับพบกับปัญหาเดิมนั่นคือแนวรับ นอกเหนือจาก คริสตัล พาเลซ ที่เสียประตู 17 ลูก และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เสียประตูไป 13 ลูกในฤดูกาลนี้ ก็เป็นลูกทีมหงส์แดงของผู้จัดการชาวเยอรมันนี่แหละที่เสียประตูไปแล้วถึง 12 ประตู
เกมนี้ “หงส์แดง” จะพลาดใช้งาน ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บขณะลงรับใช้ทีมชาติเซเนกัล ถึงแม้ ลิเวอร์พูล จะไม่มี มาเน่ แต่หงส์แดงก็เป็นบททดสอบแรกอย่างแท้จริงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แมตช์แห่งศักดิ์ศรี แมตช์แห่งความท้ายทาย และเป็นแมตช์สุดคลาสสิกในการเผชิญหน้าบนสังเวียนพรีเมียร์ลีกในแอนฟิลด์ประจำฤดูกาลอีกครั้ง ดังเช่น 3 แมตช์ในวันวานเหล่านี้ SBOBET

มกราคม 1994 – ลิเวอร์พูล 3-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ย้อนกลับไปวันที่ 4 มกราคม 1994 ศึกแดงเดือดโดยมีผู้ตัดสิน ฟิลิป ดอน รับหน้าที่เป่านกหวีดชี้ชะตา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมานำ ลิเวอร์พูล ในแอนฟิลด์ไปก่อนถึง 3-0 โดยทีมเยือนใช้เวลาเพียง 24 นาทีเท่านั้น จาก สตรีฟ บรูช ในนาทีที่ 8, ไรอัน กิ๊กส์ ในนาทีที่ 20 และ เดนิส เออร์วิน ในนาทีที่ 23
แต่ทางด้าน ลิเวอร์พูล ตอบโต้กลับ ไนเจล คลัฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในแข้งค่าตัวแพงของ ลิเวอร์พูล ในเวลานั้นเซ็นสัญญาด้วยค่าตัว 2.3 ล้านปอนด์ จัดการเบิ้ล 2 ประตู ในนาทีที่ 25 และ 38 ก่อนจบครึ่งแรก ทำให้เจ้าถิ่นไล่มาเป็น 2-3 จากนั้นครึ่งหลังก่อนหมดเวลา 11 นาที นีล รัดด็อก จัดการโขกราวลูกกระสุนปืนเป็นประตูตีเสมอให้กับ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ ส่งผลให้เจ้าถิ่นไม่แพ้ในแอนฟิลด์
กันยายน 1999 – ลิเวอร์พูล 2-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แดงเดือดโดยมี เกรแฮม บาร์เบอร์ เป็นผู้ตัดสิน 2 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมนี้มาจากการทำเข้าประตูตัวเองของนักเตะคนเดียวกัน เป็นอะไรที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นปราการหลังระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล อย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์ นั่นเอง
คาร์ราเกอร์ ทำประตูตัวเองออกนำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 จากนั้น ไรอัน กิ๊กส์ ครอสบอลผ่าน ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ ก่อน แอนดี้ โคล จะส่งบอลไปตุงก้นตาข่าย เป็นสกอร์นำห่าง 2-0 ในนาทีที่ 18
ต่อมา ซามี่ ฮูเปีย ช่วยมาทำให้ ลิเวอร์พูล กลับเข้ามาสู่เกม แต่ทว่า คาร์ราเกอร์ เจ้าเก่าที่เหมือนจะยังไม่ได้สติ กลับมาทำเข้าประตูตัวเองอีกครั้งให้กับทีมเยือนในนาทีที่ 44 ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ 3-1 จากนั้น ลิเวอร์พูล มาได้ลูกยิงของ แพทริก แบร์เกอร์ กอ่นหมดเวลา 23 นาที แต่ทว่าเจ้าถิ่นก็ไล่ตามไม่ทัน จบเกมด้วยความพ่ายแพ้คาถิ่น และแน่นอน คาร์ราเกอร์ ผู้โชคร้ายเขากลายเป็นแพะรับบาปในเกมนี้ไปเต็มๆ
มีนาคม 2011 – ลิเวอร์พูล 3-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เป็นอีกหนึ่งแมตช์ความทรงจำที่สาวก โดย ฟิล ดาวน์ รับหน้าที่เป่านกหวีดชี้ชะตา ลิเวอร์พูล คงไม่มีวันลืม ลิเวอร์พูล ปราบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบราบคาบด้วยชัยชนะ 3-1 ในแอนฟิลด์ จากการทำแฮตทริกของแข้งชาวดัตช์ หนึ่งในนักเตะระดับตำนานที่แฟนหงส์รักและผูพันธ์อย่าง เดิร์ก เคาท์
หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้าค่าตัวแพงของ ลิเวอร์พูล ได้แสดงฝีเท้าขั้นเทพด้วยฟรีคิกสุดสวย แม้ว่านายด่านระดับตำนานทีมเยือนอย่าง เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ จะหยุดลูกยิงของสตาร์ชาวอุรุกวัยได้ แต่ลูกกระเฉาะออกมาเข้าทาง เดิร์ก เคาท์ ผู้ยืนถูกที่ถูกเวลาวิ่งเข้ามาซ้ำดาบสองระยะเผาขน เป็นแฮตทริกใส่คู่ปรับตลอดกาลที่สาวก ลิเวอร์พูล ไม่มีวันลืม
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ความพ่ายแพ้ที่ดูน่าอับอายเพียงน้อยนิดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ เดิร์ก เคาท์ กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติสโมสร ลิเวอร์พูล ที่ทำแฮตทริกใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เป็นคนแรก นับตั้งแต่ที่ ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ ทำได้ในปี 1990

ส่วนในปีนี้แดงเดือดในแอนฟิลด์จะจบลงเช่นไร มาร์ติน แอตกินสัน จะรับหน้าที่เป่านกหวีดชี้ชะตา ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าผู้ตัดสินที่ได้ตัดสินแดงเดือด 3 ครั้ง ลิเวอร์พูล ไม่เคยชนะเลยสักนัด ต้องมาลุ้นกัน 14 ตุลาคม เวลา 18.30 น. พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *